ซีอีโอของ Stellar Blade Studio กล่าวว่า สตูดิโอจะใช้ AI เพื่อให้ทันกับการแข่งขันกับจีน

 


ช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่การโต้เถียงเรื่องความซับซ้อนของการใช้ AI ในวิดีโอเกมนั้นดุเดือดอย่างมาก (hotbed of debate) เริ่มจาก Larian Studios ผู้สร้างเกม Baldur's Gate 3 ที่ยอมรับว่ามีการใช้ AI ในการทำงาน แต่กลับลำปฏิเสธในเดือนต่อมา ส่วนเกม Clair Obscur: Expedition 33 ก็ถูกยึดรางวัลคืนจากเวที The Indie Game Awards เนื่องจากมีการใช้ Generative AI ในขณะที่ผู้พัฒนาเกมระดับ AAA หลายรายต่างออกตัวสนับสนุนเทคโนโลยีนี้ แม้จะเสี่ยงต่อการถูกกลุ่มผู้เล่นต่อต้านอย่างหนักก็ตาม


แม้จะมีผู้พัฒนาบางรายที่ประกาศปฏิเสธการใช้ AI อย่างสิ้นเชิง แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นก่อนที่เทคโนโลยีซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนี้จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอนาคต ล่าสุด ในการแถลงระดับชาติครั้งใหม่ CEO ของ Shift Up สตูดิโอผู้พัฒนาสัญชาติเกาหลีใต้ (ผู้สร้างเกม Stellar Blade) ได้ออกมาสนับสนุนข้ออ้างที่ว่า "การสนับสนุนการใช้ AI ในอุตสาหกรรมเกมเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง" เพื่อรับมือและต่อสู้กับจำนวนบุคลากรจำนวนมหาศาลของสตูดิโอคู่แข่งจากประเทศจีน


โดยล่าสุดในการแถลงระดับชาติภายใต้หัวข้อ "กลยุทธ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 — ปีแรกแห่งการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ของเกาหลี" คุณคิม ฮยองแท CEO ของ Shift Up ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำ AI มาใช้ในการพัฒนาเกม เพื่อช่วยรับมือกับกำลังคนมหาศาลของอุตสาหกรรมเกมในประเทศจีน "ยอดขาย 80% ของบริษัทเรามาจากต่างประเทศ และเมื่อเราก้าวไปสู่ระดับสากล สิ่งแรกที่เราต้องเผชิญหน้าด้วยก็คือเกมจากจีน" เขากล่าวตามรายงานของ GameMeca "เราใช้คนประมาณ 150 คนในการสร้างเกมหนึ่งเกม แต่จีนใช้คนถึง 1,000 ถึง 2,000 คน เราจึงขาดขีดความสามารถที่จะไปต่อกรด้วยได้ ทั้งในแง่ของความสมบูรณ์หรือปริมาณของเนื้อหา"

ย้งยี้สาวน้อยยอดนักสืบ นิยายสืบสวนคนไทยมี 3 เล่มจบ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่ลิงค์นี้ได้เลย สั่งตรงจากสำนักพิมพ์ผ่าน Shopee ของแท้ และถ้าชอบก็มีเล่ม 2 กับ 3 ด้วยสนใจมาดูกันได้้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลย สั่งซื้อได้ที่ลิงค์นี้ Shopee  ได้เลย https://s.shopee.co.th/3AzwOujskf?share_channel_code=5

CEO ท่านนี้รู้สึกว่า แม้จะมีความกังวลเกิดขึ้น แต่ AI จะไม่เข้ามาแทนที่แรงงานคนและจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงาน แต่มันจะช่วยให้ประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างเกาหลีใต้สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ (Behemoths) อย่างจีนและสหรัฐอเมริกาในด้านการพัฒนาเกมได้ "ผมไม่เชื่อว่าผู้คนจะตกงานแม้ว่า AI จะแพร่หลายมากขึ้น เพราะต่อให้เราใช้ทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมดที่มีอยู่ มันก็ยังไม่เพียงพอ" เขากล่าวระหว่างการแถลง "ต่อเมื่อบุคลากรเหล่านี้ทุกคนมีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI จนคนคนเดียวสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับ 100 คนเท่านั้น เราจึงจะสามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมในจีนและสหรัฐฯ ที่พึ่งพาทรัพยากรมนุษย์จำนวนมหาศาลได้"


การแถลงระดับชาติครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณ ชเว ฮวียอง (Choi Hwi-young) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้เข้าร่วมด้วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกับคุณคิม โดยกล่าวว่า "การสนับสนุนการใช้ AI ในอุตสาหกรรมเกมถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง บริษัทเกมยักษ์ใหญ่บางแห่งมีเทคโนโลยี AI เป็นของตนเองแล้ว และพวกเขากำลังพัฒนาโปรแกรมต่างๆ เพื่อที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทเกมขนาดกลางและขนาดเล็ก"

สนใจสั่งตรงทาง Shopee ในที่ลิงค์นี้ได้เลย https://s.shopee.co.th/4VWDvead7s

"นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เรามีแผนที่จะลงทุนครั้งใหม่ด้วยงบประมาณที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว และเราวางแผนที่จะจัดสรรงบประมาณแยกต่างหากเพื่อสนับสนุนบริษัทเกมขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงและสมัครใช้บริการเทคโนโลยี AI (Subscribe to AI) ได้" ท่านรัฐมนตรีให้คำมั่น หรือสั้นๆ เกาหลีกลัวจีนเพราะจีนมีคนเยอะแถมคนเก่งๆ เพียบเลยต้้องใช้ Ai มาช่วยสู้

Comments